อุปสงค์: ความต้องการซื้อที่มีเงินจ่าย
อุปสงค์ คือปริมาณสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการซื้อและมีกำลังซื้อ ณ ระดับราคาต่าง ๆ กฎของอุปสงค์บอกว่า เมื่อปัจจัยอื่นคงที่ ราคาสูงขึ้น ปริมาณเสนอซื้อจะลดลง ราคาต่ำลง ปริมาณเสนอซื้อจะเพิ่มขึ้น เส้นอุปสงค์จึงลาดลงจากซ้ายไปขวา
ปัจจัยที่ทำให้อุปสงค์เปลี่ยน (เส้นเลื่อนทั้งเส้น) ได้แก่
- รายได้ของผู้บริโภค
- ราคาสินค้าที่เกี่ยวข้อง: ถ้าเป็นสินค้าทดแทนกัน (กาแฟกับชา) ราคาสินค้าหนึ่งสูงขึ้น อุปสงค์ของอีกสินค้าจะเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นสินค้าประกอบกัน (รถยนต์กับน้ำมัน) ราคาสินค้าหนึ่งสูงขึ้น อุปสงค์ของอีกสินค้าจะลดลง
- รสนิยม ค่านิยม และกระแสนิยม
- จำนวนผู้ซื้อ
- การคาดคะเนราคาในอนาคต
- ฤดูกาลและสภาพอากาศ
อุปทาน: ความต้องการขาย
อุปทาน คือปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตต้องการขาย ณ ระดับราคาต่าง ๆ ตามกฎของอุปทาน ราคาสูงขึ้น ปริมาณเสนอขายจะเพิ่มขึ้น เส้นอุปทานจึงลาดขึ้นจากซ้ายไปขวา
ปัจจัยที่ทำให้อุปทานเปลี่ยน ได้แก่ ต้นทุนการผลิต (ค่าวัตถุดิบ ค่าจ้าง) เทคโนโลยีการผลิต จำนวนผู้ผลิต ภาษีและเงินอุดหนุนจากรัฐ และสภาพดินฟ้าอากาศ ซึ่งสำคัญมากสำหรับสินค้าเกษตร
ราคาดุลยภาพ และเมื่อเส้นเลื่อน
ราคาดุลยภาพคือราคาที่ปริมาณเสนอซื้อเท่ากับปริมาณเสนอขายพอดี ตลาดจะปรับเข้าสู่จุดนี้เอง
| เหตุการณ์ | ราคาดุลยภาพ | ปริมาณดุลยภาพ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| อุปสงค์เพิ่ม | สูงขึ้น | เพิ่มขึ้น | หน้าร้อนคนซื้อพัดลมมากขึ้น |
| อุปสงค์ลด | ลดลง | ลดลง | กระแสนิยมสินค้าชนิดหนึ่งหมดไป |
| อุปทานเพิ่ม | ลดลง | เพิ่มขึ้น | ผลไม้ออกผลพร้อมกันมากในฤดู |
| อุปทานลด | สูงขึ้น | ลดลง | น้ำท่วมทำให้ผักเสียหาย |
เมื่อรัฐเข้ามากำหนดราคา
| มาตรการ | ตั้งไว้ที่ | ผลที่เกิด | ปัญหาที่ตามมา |
|---|---|---|---|
| ราคาขั้นสูง (ควบคุมราคา) | ต่ำกว่าราคาดุลยภาพ | อุปสงค์ส่วนเกิน สินค้าขาดแคลน | ต่อคิวซื้อ ตลาดมืด ขายเกินราคา |
| ราคาขั้นต่ำ (ประกันราคา) | สูงกว่าราคาดุลยภาพ | อุปทานส่วนเกิน สินค้าล้นตลาด | รัฐต้องใช้งบรับซื้อและหาทางระบายส่วนเกิน |
ราคาขั้นสูงมักใช้ปกป้องผู้บริโภคเมื่อสินค้าจำเป็นมีราคาแพง ส่วนราคาขั้นต่ำมักใช้ช่วยเกษตรกรเมื่อราคาผลผลิตตกต่ำ