หน้านี้สรุปกฎหมายครอบครัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เพื่อการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย กฎหมายเปลี่ยนได้ หากมีปัญหาจริงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เรื่องทะเบียนสมรส ทรัพย์สินคู่สมรส และมรดก อ่านพื้นฐานได้ในบทความกฎหมายใกล้ตัว นิติกรรม สัญญา ครอบครัว และมรดก
หมั้น ของหมั้น สินสอด ต่างกันตรงไหน
การหมั้นเป็นข้อตกลงว่าจะสมรสกันในอนาคต บุคคลทั้งสองฝ่ายต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ หากยังเป็นผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายด้วย การหมั้นสมบูรณ์เมื่อส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินที่เป็นของหมั้น ไม่ใช่เพียงพูดตกลงกัน
| เรื่อง | ผู้รับและผลสำคัญ |
|---|---|
| ของหมั้น | ผู้หมั้นมอบให้ผู้รับหมั้นเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรส เมื่อหมั้นแล้วเป็นสิทธิของผู้รับหมั้น |
| สินสอด | ฝ่ายผู้หมั้นให้แก่บิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครองของฝ่ายผู้รับหมั้น เพื่อตอบแทนการยอมสมรส |
| ของขวัญทั่วไป | ต้องดูเจตนาและข้อเท็จจริง ของที่ให้ระหว่างคบหากันไม่ได้เป็นของหมั้นทุกชิ้น |
การผิดสัญญาหมั้นอาจทำให้เรียกค่าทดแทนหรือคืนทรัพย์ได้ตามเหตุที่กฎหมายกำหนด แต่ฟ้องบังคับให้อีกฝ่ายสมรสไม่ได้ การคืนของหมั้นกับการคืนสินสอดมีเงื่อนไขของตนเอง ไม่ใช่ว่าเลิกกันเมื่อไรต้องคืนทุกอย่างเสมอไป
เงื่อนไขการสมรส: ความยินยอมอย่างเดียวพอไหม
หลังการแก้กฎหมายสมรสเท่าเทียมที่เริ่มใช้ใน พ.ศ. 2568 บุคคลสองคนสมรสกันได้โดยไม่จำกัดว่าต้องต่างเพศ แต่ยังต้องผ่านเงื่อนไขตามกฎหมาย ได้แก่
- อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่ศาลอนุญาตให้สมรสก่อนเมื่อมีเหตุสมควร การยกเว้นนี้ใช้กับการสมรส ไม่ใช่การหมั้น
- ไม่มีคู่สมรสอยู่แล้ว ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
- ไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา และผู้รับบุตรบุญธรรมสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้
- ทั้งสองฝ่ายแสดงความยินยอมต่อหน้านายทะเบียน ผู้ที่ยังเป็นผู้เยาว์ต้องมีความยินยอมจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายด้วย
สินสอดและพิธีหมั้นไม่ใช่เงื่อนไขว่าทุกคู่ต้องมีจึงจะสมรสได้ ส่วนผู้ที่เคยสมรสอาจมีเงื่อนไขเฉพาะก่อนสมรสใหม่ จึงควรตรวจเอกสารและคุณสมบัติกับนายทะเบียน
หย่าโดยยินยอม กับ หย่าโดยศาล
| วิธี | ต้องทำอย่างไร | จุดที่มักสับสน |
|---|---|---|
| ยินยอมทั้งสองฝ่าย | ทำเป็นหนังสือ มีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน และจดทะเบียนหย่าสำหรับการสมรสที่จดทะเบียน | แยกกันอยู่หรือเซ็นข้อตกลงกันเองยังไม่ทำให้หย่าขาด |
| ศาลพิพากษา | ฝ่ายหนึ่งยื่นฟ้องโดยมีเหตุหย่าตามกฎหมายและพิสูจน์เหตุนั้น | อีกฝ่ายไม่ยินยอมไม่ได้ปิดทางฟ้อง แต่ผู้ฟ้องต้องมีเหตุและหลักฐาน |
เหตุฟ้องหย่ามีหลายกรณี เช่น ทำร้ายอีกฝ่ายอย่างร้ายแรง หรือมีพฤติการณ์ละทิ้งตามเงื่อนไขกฎหมาย ไม่ใช่เพียงอ้างว่าอยากเลิกแล้วศาลต้องให้หย่าทุกกรณี การหย่าโดยศาลมีผลเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด ต่างจากการหย่าโดยยินยอมที่ต้องจดทะเบียน
อำนาจปกครอง กับ ค่าอุปการะเลี้ยงดู
อำนาจปกครอง คืออำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เช่น กำหนดที่อยู่ ดูแลการศึกษา และจัดการทรัพย์สินภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย ไม่ใช่สิทธิทำอะไรกับเด็กก็ได้
เมื่อหย่าโดยยินยอม ต้องตกลงเป็นหนังสือว่าใครใช้อำนาจปกครองบุตรคนใด หากตกลงไม่ได้ให้ศาลชี้ขาด การหย่าโดยศาลให้ศาลกำหนดโดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตร และอาจเปลี่ยนผู้ใช้อำนาจปกครองได้เมื่อมีเหตุสมควร
ค่าอุปการะเลี้ยงดู เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บิดามารดามีหน้าที่เลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรผู้เยาว์ แม้ไม่ได้เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองก็ไม่ได้พ้นหน้าที่นี้ จำนวนเงินพิจารณาจากความจำเป็นของผู้รับ ความสามารถของผู้ให้ และพฤติการณ์ ไม่ใช่อัตราเดียวสำหรับทุกครอบครัว
บุตรบุญธรรม และหน้าที่บุตรต่อบิดามารดา
การรับบุตรบุญธรรมต้องจดทะเบียน ผู้รับต้องอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี หากบุตรบุญธรรมอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ต้องให้ความยินยอมด้วย การรับผู้เยาว์มีขั้นตอนอนุมัติและความยินยอมที่ต้องตรวจเพิ่มเติม
เมื่อจดทะเบียน บุตรบุญธรรมมีฐานะเช่นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับ บิดามารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครอง แต่บุตรไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวเดิม การรับเด็กมาเลี้ยงโดยไม่จดทะเบียนจึงให้ผลต่างจากการรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย
บุตรมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา จึงไม่ใช่มีแต่พ่อแม่ที่มีหน้าที่ฝ่ายเดียว การเรียกค่าเลี้ยงดูต้องพิจารณาฐานะและความจำเป็นตามกฎหมาย ไม่ใช่คิดเป็นค่าจ้างที่พ่อแม่เคยเลี้ยงลูกแล้วนำมาทวงทั้งหมด
ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องที่ต้องทน
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 คุ้มครองจากการจงใจทำอันตรายต่อร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ และการใช้อำนาจบังคับโดยมิชอบ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคู่สมรสที่จดทะเบียน ขอบเขตยังรวมบุคคลในครอบครัวประเภทอื่นตามกฎหมาย
แม้มีพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 แต่มีการเลื่อนใช้บทบัญญัติส่วนสำคัญและให้ใช้กฎหมาย พ.ศ. 2550 ต่อไป จึงไม่ควรเห็นปีของกฎหมายใหม่แล้วสรุปว่าฉบับเดิมเลิกใช้ทั้งหมด ต้องตรวจสถานะการบังคับใช้ด้วย
ผู้พบเห็นมีหน้าที่แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้เสียหายขอความช่วยเหลือและขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองได้ เช่น ห้ามผู้ก่อเหตุเข้าใกล้ที่อยู่อาศัย การขอคุ้มครองกับการดำเนินคดีอาญาเป็นคนละส่วนที่อาจดำเนินควบคู่กัน ความเป็นคนในครอบครัวไม่ได้ทำให้การทำร้ายกลายเป็นสิ่งชอบด้วยกฎหมาย
อ่านข้อมูลต้นทาง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากกรมการปกครอง, กฎหมายสมรสเท่าเทียม, คู่มือการหย่าและรับบุตรบุญธรรม และสถานะกฎหมายคุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว