พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม 2562: มาตรฐาน 7 ประการและประมวลจริยธรรม
16 ข้อจำ
พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562
ทำเครื่องหมายจำได้แล้ว 0/16
พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐประเภทใด และยกเว้นหน่วยงานใด
ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐในฝ่ายบริหาร (กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน ฯลฯ) แต่ไม่หมายความรวมถึง หน่วยงานธุรการของรัฐสภา องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ
มาตรา 3
ระวัง หน่วยงานธุรการของรัฐสภา องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ ไม่อยู่ในนิยามหน่วยงานของรัฐที่บังคับใช้โดยตรง แต่ให้นำมาตรฐานทางจริยธรรมไปใช้ประกอบตามมาตรา 7
“เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ตาม พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 หมายความถึงใครบ้าง
ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานของรัฐ
มาตรา 3
ระวัง ครอบคลุมผู้ปฏิบัติงานทุกประเภทในหน่วยงานของรัฐ ไม่จำกัดเฉพาะข้าราชการประจำ
ใครเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562
นายกรัฐมนตรี
มาตรา 4
ระวัง นายกรัฐมนตรีรักษาการ ไม่ใช่ประธาน ก.พ. หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
มาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ 7 ประการ เรียงตามมาตรา 5 คืออะไร
1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2) ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่ 3) กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม 4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ 5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน 6) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ 7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ
มาตรา 5 วรรคหนึ่ง
ระวัง ระวังจำสับสนกับค่านิยมหลักของรัฐ หรือประมวลจริยธรรมเฉพาะองค์กร เช่น ประมวลจริยธรรม ก.ค.ศ. ซึ่งมี 8 ประการ
“สถาบันหลักของประเทศ” ตามมาตรฐานทางจริยธรรมประการที่ 1 ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
มาตรา 5 (1)
ระวัง ตัวบทรวมถึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย ไม่ใช่มีเพียงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
มาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา 5 ใช้เป็นหลักสำคัญเพื่อประโยชน์ใด
ใช้เป็นหลักสำคัญในการจัดทำประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐ ที่จะกำหนดเป็นหลักเกณฑ์การปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
มาตรา 5 วรรคสอง
ระวัง มาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการเป็นหลักแม่บทกลาง ไม่ใช่ประมวลจริยธรรมเฉพาะของหน่วยงาน แต่ใช้เป็นกรอบในการจัดทำ
ใครมีหน้าที่จัดทำประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบ
องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐ
มาตรา 6 วรรคหนึ่ง
ระวัง องค์กรกลางบริหารงานบุคคล (เช่น ก.พ., ก.ค.ศ., ก.ตร.) เป็นผู้จัดทำประมวลจริยธรรมหลัก ไม่ใช่หน่วยงานระดับกรมหรือโรงเรียนจัดทำขึ้นเอง
กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีองค์กรกลางบริหารงานบุคคล ใครจัดทำประมวลจริยธรรมสำหรับ “ข้าราชการการเมือง” และ “ข้าราชการทหาร”
คณะรัฐมนตรีจัดทำสำหรับข้าราชการการเมือง; สภากลาโหมจัดทำสำหรับข้าราชการทหารและข้าราชการพลเรือนกลาโหม
มาตรา 6 วรรคสอง (1)–(2)
กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีองค์กรกลางบริหารงานบุคคล ใครจัดทำประมวลจริยธรรมสำหรับ “รัฐวิสาหกิจ” และ “องค์การมหาชน”
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ จัดทำสำหรับผู้บริหารและพนักงานรัฐวิสาหกิจ; คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน จัดทำสำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานขององค์การมหาชน
มาตรา 6 วรรคสอง (3)–(4)
ระวัง ไม่ใช่ออกโดยคณะกรรมการ (บอร์ด) ของแต่ละรัฐวิสาหกิจหรือองค์การมหาชนแห่งนั้นเอง
กรณีมีปัญหาว่าองค์กรใดเป็นผู้จัดทำประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทใด ใครเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย
ก.ม.จ. (คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม)
มาตรา 6 วรรคสาม
ระวัง อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดเป็นของ ก.ม.จ. ไม่ใช่ ก.พ.ร., คณะกรรมการกฤษฎีกา หรือศาลปกครอง
หน่วยงานของรัฐสามารถจัดทำ “ข้อกำหนดจริยธรรม” เพิ่มเติมจากประมวลจริยธรรมได้หรือไม่
จัดทำเพิ่มเติมได้ ให้เหมาะสมแก่ภารกิจที่มีลักษณะเฉพาะของหน่วยงาน แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ม.จ. กำหนด
มาตรา 6 วรรคสี่
ระวัง หน่วยงานจัดทำได้เฉพาะข้อกำหนดจริยธรรมเพิ่มเติมให้เหมาะกับภารกิจเฉพาะตน แต่ต้องไม่ขัดต่อประมวลจริยธรรมหลักและต้องตามเกณฑ์ ก.ม.จ.
คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.) มีใครเป็นประธานกรรมการ และใครเป็นรองประธานกรรมการ
นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ; ผู้แทนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่ได้รับมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ
มาตรา 8 (1)–(2)
ระวัง คณะกรรมการที่กำกับดูแลคือ ก.ม.จ. (ไม่ใช่ ก.พ.ร.) และมีนายกฯ หรือรองนายกฯ เป็นประธาน ไม่ใช่เลขาธิการ ก.พ.
ใครเป็นเลขานุการ และหน่วยงานใดทำหน้าที่ธุรการของ ก.ม.จ.
เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ; สำนักงาน ก.พ. ทำหน้าที่ธุรการ งานประชุม งานวิชาการ และศึกษาหาข้อมูล
มาตรา 8 วรรคสอง และวรรคสี่
ระวัง สำนักงาน ก.พ. เป็นฝ่ายธุรการของ ก.ม.จ. ไม่ใช่สำนักงาน ก.พ.ร.
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ม.จ. มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี และติดต่อกันได้ไม่เกินกี่วาระ
คราวละ 3 ปี และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้
มาตรา 10
ระวัง วาระคราวละ 3 ปี (ไม่ใช่ 2 ปี หรือ 4 ปี) และห้ามติดต่อกันเกิน 2 วาระ
ก.ม.จ. ต้องจัดให้มีการทบทวนมาตรฐานทางจริยธรรมทุกกี่ปี
ทุก 5 ปี (หรือพิจารณาทบทวนในรอบระยะเวลาที่เร็วกว่านั้นได้หากมีความจำเป็นหรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป)
มาตรา 15
ระวัง รอบปกติคือทุก 5 ปี ไม่ใช่ทุกปี หรือ 3 ปี
หากเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม จะมีผลกระทบอย่างไร
อาจถูกนำมาตรการไปใช้ในการบริหารงานบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้น (เช่น การแต่งตั้ง เลื่อนขั้น หรือดำเนินการทางวินัย)
มาตรา 20
ระวัง พ.ร.บ. ไม่ได้กำหนดโทษจำคุกหรือปรับอาญาไว้โดยตรง แต่ให้ใช้มาตรการทางบริหารงานบุคคลและวินัยตามกฎหมายของข้าราชการประเภทนั้น